บริจาค

เห็นว่า..บล็อกนี้ดี มีประโยชน์... โปรดสนับสนุนผู้ทำบล็อกได้ที่ พร้อมเพย์ 083-4616989
หรือบัญชี 002-1-70462-8 กสิกรไทย สาขาบางลำภู

ไหว้พระราหู สะเดาะเคราะห์ เสริมดวง



มีข่าวในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐหลายเดือนมาแล้ว ว่า “คนแห่ไหว้พระราหู” เพราะมีกระแส “ราหูย้ายราศี” จะทำให้เกิดเหตุเภทภัย

ต้องแก้ไขโดยนำของดำ  8  อย่างไปไหว้

ที่วัดศีรษะทอง นครปฐมนั้น ข่าวรายงานว่า รถติดกันมหาวินาศ  ก็เลยต้องเอาเรื่องนี้ มาเล่าสู่กันฟังสักเล็กน้อย

พระราหูอมจันทร์ของวัดศีรษะทอง เป็นการสร้างตามตำรับใบลานจานอักขระขอมลาวที่นำมาจากประเทศลาวโดยตรง

ความเป็นมาของราหูอมจันทร์ ตามตำนานทางไสยศาสตร์ได้กล่าวไว้ว่า พระราหูเป็นยักษ์ดุร้าย น่ากลัว ผิวดำเป็นเงาวาวเหมือนนิล มีหางเป็นนาคราชและมีพญาครุฑเป็นพาหนะรับใช้ ประจำสถิตพำนักอยู่ในอากาศแวดล้อมด้วยม่านสีดำ

การที่พระราหูมีกายครึ่งเดียวนั้น ก็เป็นเพราะพระนารายณ์ขว้างจักรไปตัด

การสร้างพระราหูตามสูตรตำรับของลาวของโบราณ ใช้เพียงกะลาตาเดียว มาแกะเป็นรูปพระราหูอมจันทร์เพียงอย่างเดียว

จะเห็นว่า พระราหูนั้น เป็นของศาสนาพราหมณ์ แล้วพวกไสยศาสตร์นำมาพัฒนาต่อ

ทางวัดศีรษะทอง อ.นครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ได้มีตำนานพระราหูในทางศาสนาพุทธด้วย ลองมาอ่านกันดูเล็กน้อย

ตำนานพระราหูในพระพุทธศาสนา

พระราหูในพระพุทธศาสนา ผู้ทรงพระนามว่า อสุรินทราหู ผู้จักมาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในอนาคตทรงพระนามว่า “พระนารทะสัมมาสัมพุทธเจ้า”

ตามความในคัมภีร์อนาคตวงศ์ จัดพิมพ์เผยแพร่โดยมหามงกุฎราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ปราชญ์ผู้รู้ในพระศาสนาโบราณจารย์ทั้งหลาย มีติตรงกันหลายร้อยปีแล้วว่า

พระราหูในศาสนาฮินดู พราหมณ์ เป็นพระราหูองค์เดียวกันกับอสุรินทราหู ในพระพุทธศาสนา

จะแตกกันเฉพาะประวัติความเป็นมาเท่านั้น ที่ทางศาสนาพราหมณ์แต่งเป็นเรื่องพิสดารพันลึกตามรูปแบบของแขกอินเดีย ซึ่งทางพระพุทธศาสนาจะไม่มีอย่างนั้นเลย

พระพุทธศาสนาจะบอกแต่เพียงว่า พระสารีบุตรทูลถามพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า ในกับน์อื่นจะมีพระพุทธเจ้าเสด็จอุบัติตรัสรู้เป็นพุทธเจ้าอำนวยบทหรือพระเจ้าข้า

อ่านแค่นี้ ก็รู้ว่า “มั่ว” แล้ว 

พระราหูในศาสนาพุทธ ถ้าจะมีต่อไปในภายภาคหน้า ก็ไม่ใช่พระราหูที่นำมาเป็นเครื่องมือในการสะเดาะเคราะห์กันในปัจจุบันนี้แน่นอน

ต่อไปเป็นพิธีบูชาพระราหู

จะนำความสำเร็จหรือมีโชคอย่างดีที่สุด และมีทางจะร่ำรวยด้วยอิทธิพลของเลข ๘ การบูชาจึงให้ใช้ของดำ ๘ อย่าง ดังนี้ ไก่ดำ เหล้าดำ การแฟดำ เฉาก๊วย ข้าวเหนียวดำ ถั่วดำ ขนมเปียกปูนดำ และไข่ดำ

จะมีความสำเร็จหรือมีโชคลาภอยู่เสมอ การเงิน การลงทุนทุกอย่างจะมีทางรวย ปัญหาที่มีบ้างก็สามารถแก้ไขไปจนเรียบร้อย

วันบูชา ขอให้บูชาในวันพุธตอนกลางคืน (เวลาใดก็ได้ที่สะดวก) กลางแจ้งที่มีลมพัดผ่าน ทิศ หันหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของบูชา ๘ อย่าง ดังที่กล่าวไว้แล้ว

ท่านที่หาของตามนี้ไม่ได้ ก็เปลี่ยนเป็นของดำอย่างอื่น เช่น องุ่นดำ งาดำ น้ำอัดลมสีดำ ก็ได้ ทั้งนี้ของดำทั้ง ๘ อย่างต้องให้สุกทั้งหมด (หมายถึงพร้อมกินหรือดื่มได้)

การกล่าวคำบูชา ข้าแต่พระราหูเทพเจ้าแห่งโชคลาภ ข้าขอนำอาหารมาบูชา ขอจงดื่มและกินตามอัธยาศัย ขอจงช่วยคุ้มครองข้า (บอกชื่อผู้บูชา) และขอให้พ้นจากอันตราย ให้ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ และขอให้มีความสุขความเจริญ มีเงินทอง มีโชคลาภตลอดไป

เสร็จพิธี เมื่อธูปหมดดอกก็เป็นอันเสร็จพิธี ให้นำของบูชาทั้งหมดมารับประทานได้ เหล้าให้นำมาดื่มหรือผสมน้ำอาบก็ได้ (ไม่มีคำลา)

การบูชาครั้งแรก จงบูชาด้วยของดำ ๘ อย่าง และธูปดำ ๘ ดอก วันพุธตอนกลางคืน วันพุธต่อไปให้บูชาด้วยเหล้า ๑ จอก ธูปดำ ๘ ดอก

ข้อยกเว้น อาจทำพิเศษในคืนวันที่ ๓ , , ๑๒ , ๑๘ , ๒๘ คนเกิดวันพุธกลางคืน ถ้าบูชาตลอดชีวิตได้จะดีมาก

คนที่เกิดวันที่ ๓ , , ๑๒ , ๑๘ , ๒๘ หรือบ้านเลขที่ บัตรประจำตัวประชาชน บัตรข้าราชการ เลขทะเบียนบ้าน เบอร์โทรศัพท์ที่ลงท้ายด้วยเลข ๘

คนที่มีอักษร ย ร ล ว อยู่ในชื่อ ควรบูชาพระราหูเป็นประจำ จะเกิดความร่ำรวยและมีความสำเร็จในกิจการงานทั้งปวง นอกจากนี้จะมีความปลอดภัยในการเดินทางไกล การเสี่ยงโชค หรือการลงทุนจะร่ำรวยดีมาก

ในพิธีการดังกล่าวนั้น มีคาถาบูชาพระราหูด้วย แต่ขี้เกียจเอามาลง ใครสนใจก็ไปหาอ่านเอาเองก็แล้วกัน

ผมขอฟันธงไปเลย ไม่ต้องวิพากษ์วิจารณ์กันมาก 

การไหว้พระราหูแบบนี้ เป็นการเสริมเคราะห์ ไม่ใช่สะเดาะเคราะห์ ทั้งหมดทั้งปวงนั้น เป็นพิธีการของมารทั้งสิ้น

วัดแบบนี้ มารเต็มวัดไปหมด ผมเคยไปลุยมาแล้ว  วันนั้น จักรพรรดิของผมยังทำอะไรมารไม่ได้เลย เรียกว่า “เสมอกัน

เคราะห์กรรม” นั้น เป็นผลของกรรมเก่าที่ไม่ดีของเรา ทางแก้ทางเดียวคือ ทาน-ศีล-ภาวนา เท่านั้น สามารถทำให้กรรมหนักเป็นเบา กรรมเบาก็หาย

วิธีการที่ดีที่สุดในการสะเดาะเคราะห์คือ การฝึกวิชาธรรมกาย  ผมเห็นคนไข้เกือบตายหลายคนแล้ว ที่มาฝึกวิชาธรรมกาย

ปัจจุบัน หายดี ยาไม่ต้องกินเลย แม้แต่เม็ดเดียว ยังมีชีวิตอยู่ให้พูดคุยได้อีกด้วย........





นอนโลงศพ 8 สี สืบชะตาสะเดาะเคราะห์


ในบทความ “ไหว้พระราหู สะเดาะเคราะห์ เสริมดวง” ของวัดศีรษะทอง จังหวัดนครปฐม ผมได้อธิบายการเพิ่มเคราะห์ของกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งไปแล้ว 

วันนี้ไปอ่านพบการสะเดาะเคราะห์ที่ต่อยอดมาจากบทความที่แล้ว คือ นอกจากจะสะเดาะเคราะห์ด้วยการไหว้ราหูด้วยของดำ 8 อย่างแล้ว  อย่างแถมด้วยการนอนโลง 8 สี

หนังสือพิมพ์ข่าวสดออนไลน์ วันที่ 4 ธันวาคม 2555 พาดหัวข้อข่าว ดังนี้ “วัดเมืองสุพรรณฯจัดพิธีบูชาราหู12/12/12-เตรียมโลง8สีให้คนนอนสะเดาะเคราะห์

เนื้อหาของข่าว พอสรุปได้ มีดังนี้

วันที่  4  ธ.ค. พระอธิการสันทัด รัตนญาโน เจ้าอาวาสวัดเถรพลาย ที่วัดเถรพลาย ต.วังน้ำซับ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี เปิดเผยว่า

ทางวัดเถรพลายได้เตรียมจัดงานพิธีบูชาพระราหูแบบยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ตามกำลังทรัพย์

พระรูปนี้ ท่านไปอบายภูมิแน่ ไม่รู้อะไรควรปฏิบัติ อะไรไม่ควรปฏิบัติ เป็นพระของศาสนาพุทธ แต่ทำงานให้มาร 

โดยจะให้ญาติโยมสาธุชนทั้งหลายได้บูชาและส่งพระราหู รวมทั้งสะเดาะเคราะห์แก้ปีชงตามหลักโหราศาสตร์ทั้งหมด

เพื่อให้ประชาชนได้สบายใจและส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ไปในตัวด้วยความทุกข์ความโศกจะได้หมดสิ้นไปกับปีเก่า

เรื่องราวดีๆ จะได้เข้ามาในชีวิตหน้าที่การงาน และครอบครัว

พระรูปนี้ ท่านแยกไม่ออกหรือแกล้งว่าแยกไม่ออกระหว่าง “โหราศาสตร์” กับ “ไสยศาสตร์

อย่างนี้ มันไสยศาสตร์ เป็นเครื่องมือของมาร ไม่ใช่โหราศาสตร์

การบูชาพระราหู ส่งพระราหูเป็นความเชื่อในเรื่องการเสริมสร้างต่อชะตาชีวิตแก่ตนเองและครอบครัว

เพื่อให้กิจการงานทั้งหลายมีความเจริญก้าวหน้ายิ่งๆ ขึ้นไป

โดยมีการบูชาพระราหูด้วยของดำ 12 อย่าง และลอยกระทงส่งเคราะห์ ส่งโศก ส่งโรค ส่งภัย

เออ.. วัดนี้มีของดำ 12 อย่าง  และมีการลอยกระทงส่งเคราะห์ ส่งโศก ส่งโรค ส่งภัยอีก  มันน่าจะมีพิธีที่ช่วยกันส่งหลวงพ่อให้ไปอบายภูมิเร็วๆ ด้วย

จากนั้น ให้ผู้ร่วมพิธีลงไปนอนในโลงศพ  8  สีตามวันเกิดของผู้เข้าร่วมงาน เพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์ ตัดกรรม โดยมีพระสงฆ์สวดบังสุกุลตาย บังสุกุลเป็น

ตรงนี้แหละที่สำคัญ แต่เจ้าอาวาสวัดเถรพลาย ท่านไม่อธิบายว่า การทำพิธีกรรมอย่างนี้ เคราะห์กรรม มันจะหมดไปได้อย่างไร

ประกอบด้วยสีประจำวันเกิดของแต่ละคน ครบ  7  สี และสีสำหรับคนที่ไม่ทราบวันเกิดของตัวเอง ก็จะนอนโลงสีขาวเพื่อจะได้เป็นสีกลางของคนไม่รู้วันเกิด

เพื่อเป็นการต่อชีวิตตนเองให้เกิดความเป็นสิริมงคล

และถวายสังฆทานให้กับพระสงฆ์ พระสงฆ์ก็จะพรมน้ำพระพุทธมนต์เจริญภาวนาเพื่อความเป็นสิริมงคลเท่านี้เสร็จ

อันที่จริง เจ้าอาวาสวัดเถรพลายรูปนี้ ท่านก็คือแปลกๆ  มันจะมีหรือ คนที่ไม่รู้วันเกิดของตนเองในยุคนี้  ที่เกิดกันในโรงพยาบาลเป็นส่วนใหญ่แล้ว

ถ้าจะมีมันก็น้อยมาก ต้องอายุมากๆ แล้ว และแม่จำวันเกิดไม่ได้   แม่ผมมีลูก  5  คน ท่านจำวันเกิดของลูกได้หมด 

แต่ก็มีเพื่อนรักผมคนหนึ่ง แม่จำไม่ได้เหมือนกันว่ามันเกิดวันไหน  คือ แม่ของมันจำไม่ได้ว่า มันเป็นใคร ระหว่างลูกที่อยู่ กับลูกที่ตายไปแล้ว

อธิบายอีกที เพื่อจะงง  คือ แม่ของเพื่อนคนนี้ มีหลายคน  มีตายไปคนหนึ่ง ซึ่งเป็นพี่หรือน้องของเพื่อนคนนี้

แม่มันก็เลยไม่รู้ว่า มันเป็นพี่ หรือมันเป็นน้อง ก็แค่นั้น  ยิ่งเขียนผมก็ยิ่งงง..

เจ้าอาวาสวัดเถรพลายกล่าวด้วยว่า  สำหรับโลงศพที่มีการสร้างขึ้นจำนวน  8  สี ให้มีความสวยงามสีสวยสดใสประจำวันทั้ง  7  วัน

ได้คิดทำเป็นที่แรกของประเทศเพื่อให้เป็นความแปลกและความเชื่อตามกำลังวันของแต่ละวัน

เจ้าอาวาสวัดเถรพลาย ท่านคงจะภูมิใจมากที่คิดได้เป็นวัดแรกของโลก มันจะแนะนำให้ท่านไปจดลิขสิทธิ์ สิทธิบัตรเสียเลย

เพื่อให้ญาติโยมที่มาร่วมพิธีนอนโลงไม่เกิดความกลัวในการลงไปนอนในโลง

ซึ่งทางวัดใช้โลงศพใหม่สะอาดมีความสวยสดงดงาม และเป็นสีประจำวันเกิด ใครเกิดวันไหนก็นอนโลงสีนั้นๆ

ผมว่า เพื่อความขลัง มันน่าจะใช้ “โลงมือสอง  เล่นของใหม่ทำไม  อย่างนี้ เจ้าอาวาสวัดเถรพลายไม่แน่จริง 

โดยปรกติแล้ว เมื่อเราต้องการใช้บริการของโลง  ไม่มีใครกลัวกันทั้งนั้น ก็เราตายไปแล้ว เราไม่สามารถจะลงโลงด้วยตัวเองด้วย  เป็นหน้าที่ของสัปเหร่อเขา

ไม่งั้น จะมีปริศนาคำทายที่ว่า “อะไรเอ่ย  คนซื้อไม่ได้ใช้ คนใช้ไม่ได้ซื้อ” หรือ .......

เนื้อหาของข่าวยังมีอีกเล็กน้อย เป็นการอธิบายเกี่ยวกับเลข  12  ซึ่งเป็นเลขกำลังพระราหู  แต่ไม่ใช่ประเด็นของการวิพากษ์วิจารณ์แล้ว

เจ้าอาวาสวัดเถรพลาย ท่านอธิบายมาเยอะแยะ แต่ไม่อธิบายเลยว่า “พิธีกรรมของท่านทำให้เคราะห์หมดไปได้อย่างไร

มันก็เป็นการหาเงินแบบหนึ่ง ซึ่งเงินจะไปทางไหนบ้าง ผมก็ไม่รู้  แต่ที่รู้แน่ๆ ก็คือ เจ้าอาวาสวัดเถรพลายไปอบายภูมิแน่ๆ  ทั้งลึก ทั้งนานด้วย




วิธีแก้ดวงตก


ดวงตก” หรือ “มีเคราะห์” น่าจะคล้ายกัน วันนี้มาวิพากษ์วิจารณ์ “วิธีแก้ดวงตก” กัน

วิพากษ์วิจารณ์กันเลย ตัวอักษรสีน้ำเงินของผู้เขียนวิธีแก้ดวงตก ตัวอักษรสีดำคือ คำวิพากษ์วิจารณ์ของผม

สวัสดีครับทุกท่านที่สนใจวิธีการแก้ดวงให้ถูกวิธี ตามหลักความเป็นจริงเรื่องการแก้ดวงนั้นมีอยู่หลายแบบอย่างหลายวิธีเช่นกัน

การแก้ดวงที่ผมได้นำมาแนะนำนั้น เป็นการแก้ดวงที่ใช้หลักเหตุ และผลที่มาจากการกระทำที่ไม่ใช่รอคอย หรือให้ผู้อื่นมาช่วยปัดเป่าให้ดวงของเราดีขึ้น

การแก้ดวงที่ให้ได้ผล และถูกต้องนั้น ต้องแก้ด้วยการกระทำด้วยตัวเอง ไม่ใช่คนอื่นมาทำให้ ทุกคนจะแก้ให้ดีขึ้นได้ต้องแก้ด้วยตัวเอง เพราะไม่มีใครมาแก้ให้เราได้ครับ

ถ้าใครจะแก้ให้ได้ไม่มีอย่างแน่นอน ถ้าใครจะมาแก้ดวงให้คุณก็มีแต่กระเป๋าคุณได้เบาขึ้นนเอง

ตรงนี้ เห็นด้วย  100%  เต็ม และเกิดมุมมองใหม่ขึ้นด้วย “ดวงตกต้องแก้ด้วยตนเอง ไม่ต้องให้คนอื่นมาทำพิธีให้

บอกตรงๆ เมื่อก่อนผมก็ไม่เคยคิดในประเด็นนี้ คือ จะแก้เคราะห์กรรมของตนเอง แล้วไปให้คนอื่นทำให้ เช่น พระ หมอผี พราหมณ์ เป็นต้น เคราะห์กรรมเราจะหมดไปได้อย่างไร

กรรมคือ การกระทำ เราเคยทำกรรมใดไว้ เราต้องได้รับกรรมนั้น ไม่ว่าจะเป็นกรรมแม้แต่เพียงเล็กน้อย หรือคำที่ได้กล่าวไว้ว่า ทำอย่างไร ต้องได้อย่างนั้น ทำดีย่อมได้ดี ทำชั่วย่อมได้ชั่ว ตามวิถีกรรมของแต่ละคน

ตรงนี้ก็ถูกอยู่ แต่ต่อไปข้างหน้า ชักจะเริ่มไม่ถูกแล้ว

การเสริมสร้างบารมี ที่จริงผมจะแจ้งเรื่องการเสริมสร้างบารมีนานแล้วเรื่องการสร้างบารมี การสร้างบารมีที่แท้จริงคือ การให้ คือการสร้างบารมีอย่างสูงสุด

การสร้างบารมีที่แท้จริงและเห็นผลกันจริงๆ คือ การให้ ... การสร้างบารมีอยู่แค่เอื้อมมือคุณเอง คือ การให้

การให้มีอะไรบ้างผมจะยกตัวอย่าง ให้ชีวิต ให้สิ่งของ ให้อาหาร ให้เครื่องนุ่งห่ม ให้ที่อยู่อาศัย ให้การศึกษา ให้ยารักษาโรค ให้ปัจจัยต่างๆที่ใช้ดำเนินชีวิต ฯลฯ

และ การให้คือการสร้างบารมีสูงที่สุดนั่นเองครับ

อ่านมาถึงตอนนี้ เริ่มเซ็งในอารมณ์

ผู้เขียนคนนี้ แกเริ่มต้นมาดี มาตกม้าตายก็ตอนนี้  อันที่จริง แกตกม้าตายมาตั้งแต่แรกแล้ว แต่เริ่มเขียนดีๆ ไว้ก่อน ก็เพื่อโน้มน้าวให้คนอ่านต่อมาเท่านั้นเอง

การสร้างบุญ-บารมีของพุทธศาสนิกชน และเป็นการสะเดาะเคราะห์ เสริมดวง ต่ออายุไปด้วยกันนั้น มี 3 ประการคือ ทาน-ศีล-ภาวนา

การให้ทานนั้นอยู่ระดับแรกเลย ซึ่งต้องไม่ใช่สูงสุดแน่ ดูวิธีการแก้ดวงของเขากันก่อน

วิธีการแก้ดวง
1. ปล่อยนก 7 วัน/ครั้ง ชนิดใดก็ได้ หรือตามเวลาและโอกาสอันควร
2. ปล่อยปลา 3 วัน/ครั้งชนิดใดก็ได้ หรือตามเวลาและโอกาสอันควร
3. ปล่อยเต่า 6 วัน/ครั้งชนิดใดก็ได้ หรือตามเวลาและโอกาสอันควร
4. ปล่อยกบ 4 วัน/ครั้งชนิดใดก็ได้ หรือตามเวลาและโอกาสอันควร
5. ปล่อยสัตว์ทุกชนิดที่สามารถปล่อยได้เป็นประจำ หรือตามเวลาและโอกาสอันควร

ทั้ง  5  ข้อดังกล่าวนั้น มีข้อความนี้ อยู่ท้ายข้อความ ( ซื้อที่ตลาด หรือที่กำลังจะโดนฆ่า ) ทุกข้อ  อันที่จริง ทั้ง 5 ข้อดังกล่าว เขียนข้อ 5 ข้อเดียวก็พอแล้ว

6. การให้ทาน ให้ชีวิต ให้ทรัพย์ ให้เครื่องอุปโภคบริโภค ให้สิ่งที่เขาขาดแคลน ฯลฯ เป็นประจำตามกาลเวลาและโอกาสตามควร

7. การทำบุญตามศาสนา ตามหลักพิธีทางศาสนาให้ทำบุญอย่างรู้หลักการรู้ถึงความพอดี


สองข้อนี้ ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ของการให้ทานได้  แต่  4  ข้อที่เหลือนั้น ไม่อยู่ในเกณฑ์ของการให้ทานแล้ว

8. การรักษาศีลพร้อมหลักพื้นฐาน อย่างน้อย 3 ข้อ
9. การไม่เบียดเบียน
10. ชอบด้วยการคิดดี การพูดดี และการกระทำดี
11. ความรู้จักพอ

ท่านผู้เขียนกล่าวว่า การปฏิบัติตาม 11 ข้อข้างต้นนั้น “ต่อให้คุณดวงตกมากแค่ไหน ดวงตกของคุณก็ไม่สามารถทำอันตรายคุณได้ หรือใครจะทำร้าย หรือเกิดอุบัติเหตุคุณก็จะสามารถรอดได้อย่างปลอดภัยครับ”

ผมรู้สึกว่า จะเป็นการโฆษณาชวนเชื่อมากไปหน่อย 

ท่านผู้เขียนท่านนี้ ยังกล่าวถึง “หลักของการ ปล่อยนก ปล่อยปลา ปล่อยสัตว์ต่างๆ” ไว้อีก ดังนี้

การปล่อยนกปล่อยปลา หรือปล่อยสัตว์อื่นๆ ทุกชนิดนั้น คำที่ใช้ในการพูดที่เหมาะสมที่สุด คือการอวยพรให้สัตว์ที่เราปล่อยไปดี รอดพ้นปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง หรือไม่ต้องพูดอะไรก็ได้

เพียงแต่เราให้ความรู้สึกที่ดี คือความเมตตาเพียงเท่านี้ก็พอแล้วครับ และไม่ต้องจุดธูป หรือเทียน หรือดอกไม้ หรือสิ่งบูชาอื่นๆ

สิ่งที่ไม่ควรทำใน การปล่อยนก ปล่อยปลา หรือ ปล่อยสัตว์อื่นๆ นั้น มีหลายท่านที่ผมเห็นมามักจะกล่าวคำต่างๆ เพื่อขอให้ได้สิ่งนั้น สิ่งนี้ ฯลฯ การกล่าวคำขอต่างๆ เมื่อปล่อยสัตว์ไม่ควรทำอย่างยิ่งครับ

หรือการจุดธูป เทียน ดอกไม้ เพื่อให้ดูขลังขึ้น เพราะการทำบุญนั้นเราต้องทำบุญด้วยใจจริง ซึ่งเราไม่หวังสิ่งตอบแทนครับ และคนที่ทำด้วยความจริงจากใจนั้นผลจะเกิดขึ้นเองครับ โดยที่เราไม่ต้องขอสิ่งตอบแทนใดๆ

โดยสรุป

ผู้เขียนท่านนี้ ท่านก็อยากจะมาโปรโมทการให้ทานโดยการปล่อยสัตว์ของท่านเท่านั้น  ข้อเขียนอย่างอื่นๆ ท่านก็เขียนเพื่อโน้มน้าวให้คนอ่านเท่านั้น

การปล่อยชีวิตสัตว์ที่จะถูกฆ่านั้น ได้บุญแน่ๆ  แต่ไม่มากพอที่จะ “กำจัด” เคราะห์กรรมที่เกินจากกรรมชั่วในอดีตแน่นอน

นอกจากนั้นแล้ว ที่ว่าเป็นการเสริมดวงบารมีต่อผู้ปฏิบัติ ซึ่งก็จริง แต่ไม่ใช่เป็นบารมีสูงสุด  บารมีสูงสุดในปัจจุบันนี้ คือ การฝึกวิชาธรรมกายเท่านั้น.....