จิตซังกะบ๊วยไปไม่เป็น


ขอทบทวนเนื้อหาเดิมกันก่อน ก่อนที่จะวิพากษ์วิจารณ์กันต่อ

คุณจิตซังกะบ๊วยแกหน้าแตกจากจำผิดคน ด่าผิดตัว แต่โดนผม พยายามจะกู้หน้า เลยให้ความคิดเห็นออกมา  3 ความคิดเห็น  แต่ไม่เข้าอยู่ในประเด็นแล้ว ออกนอกประเด็นไปแล้ว

ผมถึงตั้งชื่อบทความนี้ว่า “จิตซังกะบ๊วยไปไม่เป็น”

ขอวิพากษ์วิจารณ์ที่ละส่วน ดังนี้

ความคิดเห็นที่ 23 ขอบคุณครับที่เข้าใจ

คุณจขกท. มีความเห็นเช่นไรต่อบทความสองชิ้นนี้

นี่แหละหลักฐานที่ออกนอกประเด็น  เขาจะคุยกันในเรื่องหนึ่ง เสือกไปถามอีกเรื่องหนึ่ง คือ ไปถามเรื่องที่ผมวิพากษ์วิจารณ์พระประยุทธ์

ความคิดเห็นที่ 24

วิชชาธรรมกายมีหลายสาย ในยุคหลังหลวงพ่อสดท่านดับขันธ์ สายไหนตรงหรือไม่ตรงกับวิชชานั้น อยากทราบต้องเข้าคลุกวงในเอาเอง

ข้อความตรงนี้ จะเห็นว่าไม่ตรงกับเรื่อง “ขอเชิญสะเดาะเคราะห์ เสริมดวง ต่ออายุ" อย่างถูกต้องตามคำสอนของพระพุทธเจ้า” แล้ว

แล้วที่เขียนมาอย่างนั้น สมองหมา ปัญญาควายจิตซังกะบ๊วยเข้าใจหรือเปล่าว่า เขาต้องการจะสื่ออะไรออกมา

วิชชาธรรมกายนั้น โดยส่วนตัวต้องลงเข้ากันได้กับวิปัสสนาภูมิ เช่นพิจารณาโดย ฐาตุ ขันธ์ ๕ เป็นต้น จึงจะถูกต้องเป็นวิปัสสนา

ตรงนี้แสดงว่า สมองหมา ปัญญาควายจิตซังกะบ๊วยไม่ได้อ่านตำราของหลวงพ่อวัดปากน้ำเลย เพราะ หนังสือหลวงพ่อวัดปากน้ำอธิบายประเด็นที่เกี่ยวกับวิปัสสนาไว้ชัดเจนกว่านักวิชาการคนใดในประเทศนี้

การอบรมฟรีหรือไม่ฟรีไม่ใช่สาระ

ผมอ่านตรงนี้แล้ว  อยากจะถามสมองหมา ปัญญาควายจิตซังกะบ๊วยว่า “มึงทำได้อย่างเขาหรือเปล่า”

วิทยากรกลุ่มที่ไปสอนในวัดปากน้ำ ส่วนใหญ่แล้วเป็นบุคคลชั้นกลาง เป็นครู เป็นเจ้าของกิจการ พวกเขาเสียสละเวลา ไปสอนในวัดปากน้ำเกือบทุกอาทิตย์มาหลายปีแล้ว

การสอนในวัดปากน้ำทำได้ยากมาก  ผมเองสอนมาแล้วทั้งเด็กตาบอด เด็กหูหนวก เด็กปัญญาอ่อน เด็กสถานพินิจ ผมยังทำอย่างวิทยากรกลุ่มนั้นไม่ได้เลย

อีกอย่างหนึ่งเรื่อง จิตเป็นดวงๆ นั้น หมายถึง ลักษณะนามเรียกเฉยๆ ไม่ได้เป็นดวงเหมือนหลอดไฟฟ้า หรือกระพริบเกิดดับว๊อบแว๊บ

การกำหนดเป็นดวง คือ นิมิตเฉยๆ จะเป็นดวงหรือสว่างโร่ไปเลยก็ได้

อย่างไรให้พิจารณาให้ดีถ้วนทั่วนะครับ

ตรงนี้คือ จุดตายของสมองหมา ปัญญาควายจิตซังกะบ๊วย แล้วเป็นความโง่ของเขาด้วย คือ เสือกบอกมาเองว่า “จิตเป็นดวงๆ นั้น หมายถึง ลักษณะนามเรียกเฉยๆ

ก็คำลักษณะนาม ชื่อเขาก็บอกเลยว่า “เป็นลักษณะของนาม  เช่น เชือกก็เป็นเส้น  หนังสือก็เป็นเล่ม ตะเกียบก็เป็นคู่

เมื่อลักษณะนามของจิตเป็นดวง  มันก็ต้องเป็นดวง  มันจะเป็นอย่างอื่นไปได้อย่างไร

สุดท้ายเลยก็ยังบอกอีกว่า “การกำหนดเป็นดวง คือ นิมิตเฉยๆ จะเป็นดวงหรือสว่างโร่ไปเลยก็ได้” นี่แหละ หลักฐานที่ที่บอกว่า โง่หนักเข้าไปอีก

เขาตั้งประเด็นกันในเรื่องวิชาธรรมกาย  สมองหมา ปัญญาควายจิตซังกะบ๊วยไม่ได้อยู่ในสายวิชาธรรมกาย  ยังจะมาบอกว่าต้องกำหนดจิตเป็นอย่างโน้น อย่างนี้ได้อย่างไร

ก็มันคนละสายปฏิบัติกัน  โง่จริงๆ นะมึง..

ความคิดเห็นที่ 25

ผมกำหนดจิตทำอานาปานสติ เกิดอุคหนิมิตเป็นกลุ่มควันเข้าและออกตรงรูจมูกก็เคย เป็นดวงอาทิตย์แล้วสว่างโร่ไปหมดก็เคย

นี้จากประสบการณ์ตัวเองทำอาโลกสัญญา

คุณ จขกท. อย่ากำกับว่า จะต้องเป็นอย่างโน้นอย่างนี้เลย  ตั้งสติให้มั่น เดินจงกรมให้มาก เกิดอะไรขึ้นให้ปัดออกไป จะเป็นสมาธิที่แท้ไม่ติดนิมิตได้

สมองหมา ปัญญาควายจิตซังกะบ๊วยนี่ ไม่รู้เป็นอะไรของมัน เขากำลังคุยกันเรื่องสะเดาะเคราะห์โดยใช้วิชาธรรมกาย  ดันไปเสือกแนะนำ หรือเอาประสบการณ์จากการฝึกแบบพุทโธมานำเสนอ

มันไปเกี่ยวกับเรื่องที่เขากำลังให้ความคิดเห็นกันตรงไหน

ท่านเจ้าของกระทู้ตอบเข้ามา ดังนี้

เรียน JitZungkabuai ตอนนี้ขอให้อยู่ในประเด็นที่ร่วมเสวนากันนี้ก่อน เรื่องอื่นๆ อย่างเพิ่งไปเพราะ มันจะหาที่ลงไม่ได้

1. ที่บอกว่า อบรมฟรีนั้น เพราะ มีคนกล่าวหาว่า "วิทยากรหากินกับเรื่องนี้" ผมจึงต้องมาบอกว่า ผมไปเข้าอบรมเอง พาญาติพี่น้องไป ก็ไม่เห็นจะต้องเสียเงินตรงไหน

เรื่องนี้เป็น "เรื่องสำคัญ" เพราะ แสดงว่า กลุ่มวิทยากรทำงานให้พระพุทธเจ้าจริงๆ ไม่ใช่มาทำมาหากิน

2. ในภาษาไทยนั้น "คำลักษณะนาม" ชื่อก็บอกอยู่แล้ว โดยไม่ต้องแปล  ดังนั้น ถ้าผู้แปลพระไตรปิฎก รวมถึงสมเด็จพระสังฆราชองค์ปัจจุบันก็บอกว่า "จิตเป็นดวง"

คุณ JitZungkabuai จะปฏิเสธการแปลของผู้แปลพระไตรปิฎกเชียวหรือ... ถ้าอย่างนั้น จิตเป็นอย่างไร ในความเห็นของคุณ JitZungkabuai

3. ประสบการณ์การปฏิบัติของคุณ JitZungkabuai ผมไม่กล้าวิพากษ์วิจารณ์ เพราะ ผมไม่มีความรู้ แต่ในกระทู้นี้ ท่านมีความเห็นอย่างไร ก็ว่ามา 

ประเด็นอื่นๆ มีเวลาว่าง ก็ไปเปิดกระทู้ใหม่ก็ได้

คุณจิตซังกะบ๊วยเข้ามาโต้ตอบอีก ดังนี้

1. อย่าอ้างพระพุทธเจ้าครับ เรื่องสอนผิด มีให้เห็นตะพึดตะพือไป ตรงตามพระธรรมก็มี ไม่ตรงก็มีครับ

2. จิตเป็นดวงไม่ได้หมายว่าเป็นดวงๆ ครับ เป็นขณะๆ หนึ่ง ไม่ใช่จิตเป็นดวงกลมๆ จิตก็เหมือนคุณลืมตาตื่นขึ้นมาตอนเช้า แล้วเห็นห้องนอนของคุณนั่นแหละ

3. การดับกรรมคือสมุจเฉทประหาร ด้วยอรหัตตมรรค เป็นอรหัตตผล เป็นผู้ไม่เวียนกลับ พ้นจากกรรมใหม่

กรรมเก่าท่านต้องรับไปแต่ไม่ยึดถือครับ

ความคิดเห็นที่ 27

และ การ       "ขอเชิญสะเดาะเคราะห์ เสริมดวง ต่ออายุ" อย่างถูกต้องตามคำสอนของพระพุทธเจ้า เป็นเรื่องเหลวไหล ไม่มีในพระไตรปิฎก

สมองหมา ปัญญาควายจิตซังกะบ๊วยนี่ มันก็มีความคิดแปลกๆ ไปในทำนองบ้าๆ บอๆ  ตะแบงไปเรื่อย

ไปอ่านคำโต้แย้งของท่านเจ้าของกระทู้ในบทความต่อไป


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น